1. ลงทุนด้วยจำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่คุณจะสูญเสียได้
หนึ่ง
ในอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ของการลงทุนให้ประสบความสำเร็จคือการลงทุนด้วยเงินก้อน
ใหญ่ที่คุณไม่สามารถจะเสียไปได้ เช่น จำนวนเงินที่คุณจะต้องใช้ผ่อนค่างวด
หรือค่าเทอมลูก ในกรณีเช่นนี้ เราเรียกว่า การลงทุนด้วยเงินร้อน (Trading
with scared money) และในท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
เมื่อในส่วนลึกของจิตใจ
นักลงทุนเหล่านั้นรู้ว่าพวกเขากำลังเสี่ยงด้วยเงินที่เปรียบเสมือนเงินที่
ยืมมา พวกเขาจะลงทุนด้วยอารมณ์และความกลัว โดยปราศจากเหตุผล
ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราแนะนำให้คุณหยุดการลงทุน
จนกระทั่งคุณสามารถลงทุนด้วยจำนวนเงินที่คุณสามารถจะเสียได้โดยไม่ก่อให้
เกิดความเดือดร้อนทางการเงิน
คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยจำนวนก้อนที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เช่น 50,000 บาท
และลงทุนในหุ้นที่มีราคาต่ำกว่า 10 บาท
2. ความต้องการความแน่นอน
เรา
ทุกคนต้องมั่นใจว่าการลงทุนจะคุ้มค่า
ดังนั้นเราจึงควรมองหาสัญญาณที่จะยืนยันจุดที่ควรเข้าลงทุน
สัญญาณที่กล่าวถึงนี้มีหลายรูปแบบ เช่น การเปิดช่องยูบีซี หรือ
อ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับตลาดทุน
เพื่อทราบถึงข่าวสารว่าหลักทรัพย์ใดอยู่ในช่วงที่น่าลงทุน
หรือหลักทรัพย์ใดที่ควรรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อแน่ใจว่าราคาจะพุ่งสูง
ขึ้น นักลงทุนบางคนอาจรับฟังข่าวสารจากเพื่อน ครอบครัว
หรือเจ้าหน้าที่การตลาด (โบรกเกอร์)
บางคนอาจรอจังหวะที่ดัชนีชี้นำทางเทคนิคทั้งหลายแสดงสัญญาณที่ดีจึงเข้าซื้อ
สิ่งเหล่านี้สามารถเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง
แต่ข้อผิดพลาดที่สำคัญและควรระวังมาก ก็คือ
การใช้เวลามากเกินไปจนคุณปล่อยให้ราคาสูงขึ้นโดยที่คุณยังไม่ได้ซื้อ
สิ่งที่ตามมาก็คือ ความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
เนื่องจากเมื่อราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนที่จะเข้าซื้อหุ้นนั้นมีน้อยลง ทำให้แรงซื้อน้อยลง
ส่งผลให้ราคาปรับตัวลงจนกว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาใหม่
ซึ่งก็เปรียบได้กับเกมเก้าอี้ดนตรี
คนที่ช้าที่สุดก็จะไม่มีเก้าอี้เหลือให้นั่ง
นักลงทุนที่รอแล้วรออีกเพื่อให้มั่นใจมากๆ
จริงๆแล้วก็คือคนที่จะซื้อที่จุดสูงสุดก่อนที่ราคาหุ้นจะตกลง
แล้วก็จะโทษว่าเป็นเพราะเลือกหุ้นผิดตัว
ความจริงคือข้อผิดพลาดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกหุ้น
แต่เกี่ยวกับจังหวะของการลงทุน
สิ่งที่ควรจำใส่ใจคือไม่มีความแน่นอน
100 เปอร์เซ็นต์ ในการลงทุนครั้งใดๆก็ตาม
สิ่งที่จะทำได้ก็คือศึกษาถึงความเสี่ยงประกอบกับความเชื่อมั่น
3. ใช้กำไรก่อนที่จะทำกำไรได้
ไม่
มีอะไรที่น่าตื่นเต้นไปกว่าการลงทุนที่ให้กำไรที่งดงาม
แต่สิ่งนี้ก็เป็นปัญหาได้เช่นกัน เพราะมันให้คุณฝันหวานถึงกำไรก้อนใหญ่
คุณอาจจะบอกว่า “ว้าว! เงินลงทุนฉันเพิ่มขึ้น 15% ใน 2 วัน แล้วจะเพิ่มเป็น
50 % ใน 2 สัปดาห์และ
อาจจะกลายเป็นเท่าตัวในพริบตา!” สิ่งต่อไปที่จะเกิดขึ้นคือ
คุณอาจคิดถึงรถใหม่คันหรูที่คุณคิดจะซื้อ
หรืออาจจะบอกเจ้านายคุณว่าเขาก็ทำแบบเดียวกันได้ ถึงตอนนี้คุณคงนึกภาพออก
ปัญหาที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อคุณยึดติดกับความใฝ่ฝันนั้น
และไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะถอยออกมาเมื่อตลาดเข้าสู่ภาวะที่ไม่ดี
และทำให้กำไรลดลง
เพราะคุณถึงแต่ผลกำไรที่จะได้รับโดยไม่ยอมรับสถานการณ์จริง
วิธีแก้ไขง่ายๆก็คือ ต้องรู้ว่าจะขายทำกำไรเมื่อไหร่และอย่างไร
เมื่อลงทุน และต้องจำไว้ว่าตลาดจะขึ้นสูงเท่าที่มันจะขึ้นได้ ไม่ใช่ว่าจะ
ขึ้นสูงเท่าที่คุณคิดว่ามันจะขึ้นได้
4. การแสดงความคิดเห็น
เรา
กำลังจะบอกคุณว่าตลาดไม่สนใจคุณหรอกว่าคุณจะคิดอย่างไร
ถึงแม้ว่าคุณจะอ้างอิงถึงบทวิเคราะห์ที่เกิดจากความอุตสาหะ หรืออ้างอิงถึง
ผู้เชี่ยวชาญตลาดหุ้นไทย นั่นไม่สำคัญหรอก
5. คำ 3 คำที่จะฆ่าคุณได้ หวัง-ขอ-อธิษฐาน
ถ้า
คุณพบว่าคุณทำ 1 อย่าง หรือมากกว่า ของคำที่กล่าวไว้ เมื่อคุณลงทุน
คุณกำลังลำบากแล้วล่ะ! ดังเช่นที่กล่าวมาแล้ว ตลาดไม่สนใจคุณหรอก ดังนั้น
ความหวัง คำขอ หรือคำอธิษฐาน ทั้งหลายไม่สามารถเปลี่ยนขาดทุนเป็นกำไร
เมื่อคุณคาดการณ์ผิด วิธีการง่ายๆที่จะแก้ไขสถานกาณ์ คือ ขาย!!
6. ไม่ทำตามแผนที่วางไว้
ปัญหา
ใหญ่เกิดขึ้นได้เมื่อนักลงทุนเริ่มไม่ทำตามกลยุทธ์ที่วางไว้ อาจจะเป็นเวลา
ซัก 1 อาทิตย์ที่พวกเค้าจะลงทุนตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ แต่อีก1
อาทิตย์จะทำสิ่งที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง การทำเช่นนี้ทำให้เจ็บตัวได้ง่าย
เนื่องจากไม่มีใครสามารถบอกได้แน่ชัดว่ากลยุทธ์ใด จะได้ผลหรือไม่
ดังนั้นต้องจำไว้ว่าไม่ควรทำสิ่งที่ผิดไปจากแผนหรือวิธีการเมื่อคุณได้เริ่ม
ต้นไปแล้ว หากคุณพบว่ากลยุทธ์นั้นใช้ได้ผลเมื่อดูจากสถิติ
ก็ไม่มีเหตุผลที่คุณจะเปลี่ยนกลยุทธ์ ทางที่จะทำกำไรคือ
ซื้อขายซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งถึงจุดที่กลยุทธ์นั้นจะใช้ไม่ได้ผล
อีกด้านที่ต้องระวังก็คือ
นักลงทุนมักจะขาดความมั่นคงและมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแผนการลงทุนได้มากหลังจาก
ขาดทุน 2-3 ครั้ง ดังนั้น ในช่วงเวลาเช่นนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ
7. ไม่รู้ว่าจะถอนตัวจากการลงทุนที่ขาดทุนได้อย่างไร
มี
หลายครั้งที่นักลงทุนไม่มีเกณฑ์ที่แน่นอนในการนำตัวเองออกจากการลงทุนที่ไม่
คุ้มค่า พวกเขามักจะคาดหวัง
และคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองในการที่จะไม่ถอนตัวและยอมขาดทุน
ดังเช่นที่เราบอกซ้ำแล้วซ่ำเล่า
ตลาดไม่สนใจว่าคุณจะคิดอะไร มันเคลื่อนไปตามทางของมัน
และเมื่อตลาดไม่เป็นไปตามที่คุณคิด นั่นคือคุณคิดผิด
วิธีง่ายที่สุดที่จะทำให้สถานะการลงทุนไม่แย่ลงกว่าเดิม
ก็คือต้องคิดก่อนที่จะลงทุนว่า เมื่อไรจะออกจากตลาด
โดยอาจกำหนดเป็นจำนวนเงิน หรือ กำหนดจุดเป้าหมาย เช่น
จุดที่เท่ากับจุดต่ำสุดในช่วงเวลา 15 นาทีก่อน
ต้องมั่นใจว่าคุณจะไม่ปล่อยให้ราคาตกลงจนถึงจุดหยุดขาดทุนโดยที่ไม่สามารถทำ
อะไรได้ ซึ่งอาจเนื่องมาจากความกลัวและความไม่เชื่อว่าคุณคิดผิด
นั่นจะทำให้คุณเกิดปัญหาด้านการเงิน
เว้นแต่ว่าคุณจะสามารถหยุดขาดทุนได้โดยเร็ว
8. มีความมั่นใจ
คน
ที่เข้าลงทุนในตลาดนั่นมีหลายคนที่เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงใน
ธุรกิจด้านอื่นๆ
เหตุนี้เองทำให้พวกเขามีความมั่นใจสูงและคิดว่าพวกเขาไม่มีทางที่จะล้ม
เหลว ความมั่นใจเช่นนี้กลายเป็นข้อเสียสำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าลงทุนผิดพลาดและควรต้องหยุดการลงทุนที่ขาดทุน
และเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน นั่นไม่เกี่ยวข้องกับตลาด
รวมถึงปริญญา ประกาศนียบัตร ความสามารถในการจูงใจ หรือ
ความรอบรู้เชิงธุรกิจ ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มตลาด เวลาที่คุณคาดการณ์ผิด
9. หลงใหลในหุ้นหรือการลงทุน
ห้ามหลงใหลในหุ้นเด็ดขาด เพราะนั่นจะให้บทเรียนที่สาหัสแก่คุณ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaibestforex.com/forex/9-603/?/
Monday, May 11, 2015
ความผิดพลาดที่สำคัญ 9 ประการของนักลงทุน
7:27 PM
lippertkathern


Posted in: 
